TOA DA-250F CE เพาเวอร์แอมป์ Class D 250W × 4 ที่ 4Ω

BRAND: TOA

TOA DA-250F CE เป็นเครื่องขยายเสียง Class D จำนวน 4 แชนเนล กำลังพิกัด 250W ต่อช่อง ที่โหลด 4 โอห์ม และ 170W ต่อช่องที่ 8 โอห์ม เหมาะกับงานติดตั้งที่ต้องการแยกภาคขยายตามวงจรลำโพง โดยเลือกโหลด สาย และกำลังให้สัมพันธ์กับลำโพงจริง

฿ 81,200 ฿ 69,507 ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว


TOA DA-250F CE คืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน?

TOA DA-250F CE เป็นเครื่องขยายเสียง Class D จำนวน 4 แชนเนล กำลังพิกัด 250W ต่อช่อง ที่โหลด 4 โอห์ม และ 170W ต่อช่องที่ 8 โอห์ม เหมาะกับงานติดตั้งที่ต้องการแยกภาคขยายตามวงจรลำโพง โดยเลือกโหลด สาย และกำลังให้สัมพันธ์กับลำโพงจริง

คุณสมบัติและจุดเด่น

กำลังขับและโหลดที่รองรับ

กำลัง 250W × 4 ที่ 4Ω หรือ 170W × 4 ที่ 8Ω โหมด Bridge ให้ 500W ต่อคู่ช่องที่ 8Ω ตามวิธีต่อและเงื่อนไขผู้ผลิต

อินพุตและการกระจายสัญญาณ

รับสัญญาณบาลานซ์ตามชนิดขั้วในตารางสเปค เลือกโหมดส่งสัญญาณร่วมกันหรือแยกช่องตามที่รุ่นรองรับ แล้วตรวจระดับสัญญาณต้นทางก่อนเพิ่มเกนแต่ละช่อง

เลือกชนิดลำโพงให้ตรงแอมป์

รุ่นนี้ขับโหลดอิมพีแดนซ์ต่ำ 4/8Ω การนำไปใช้กับวงจรลำโพงไลน์ 100V ต้องมีอุปกรณ์และการออกแบบที่เหมาะสม ไม่ต่อแทนกันโดยตรง

แร็คและการระบายความร้อน

ขนาดตัวเครื่อง 482 (W) × 44 (H) × 401.8 (D) mm (18.98 × 1.73" × 15.82) ใช้พัดลมระบายความร้อน ควรเผื่อช่องลมและระยะสายตามคู่มือ ไม่บังทางลมด้วยอุปกรณ์หรือสายด้านหลัง

การใช้งานที่เหมาะสม

เหมาะกับระบบเสียงอาคาร ห้องประชุม และงานกระจายเสียงที่เลือกภาคขยายตามโหลดลำโพง สำหรับพื้นที่หลายโซนควรจัดผังแชนเนลให้ตรงวงจรจริง และพิจารณาเสียงรบกวนกับระดับเสียงที่ต้องการร่วมกับกำลังวัตต์

การเชื่อมต่อและการติดตั้ง

ตรวจไฟเข้าตามฉลากและ Datasheet ปิดไฟก่อนต่ออินพุตและสายลำโพง เลือกโหมดการทำงานและขั้วเอาต์พุตให้ตรงโหลด จากนั้นเริ่มทดสอบด้วยระดับต่ำ ตรวจไฟ Signal, Peak และ Protect พร้อมทดสอบแต่ละวงจรแยกกัน

ข้อมูลประกอบการเลือกซื้อ

ก่อนสั่ง DA-250F CE ควรแจ้งรุ่นลำโพง จำนวนต่อช่อง และรูปแบบการต่อ เพื่อให้ตรวจโหลดและกำลังขับได้ครบ รหัส CE ใช้ข้อมูลไฟเข้า 220–240V AC 50/60Hz ตามเอกสารที่แนบ ตัวเลขกำลังขับขึ้นกับโหลดและเงื่อนไขการวัดที่ระบุใน Datasheet

ติดต่อ Anysound เพื่อสอบถามการจัดระบบและขอใบเสนอราคา

ข้อมูลทางเทคนิค TOA DA-250F CE

Power Source220 - 240 V AC, 50/60 Hz
Amplification SystemClass D
Power Consumption294 W (based on EN standards) 1200 W (rated output 4 Ω × 4) 800 W (rated output 8 Ω × 4)
Input4 circuits, +4 dB* (1.23V) (input level control in max. position), 10 kΩ, electronically-balanced, removable terminal block (3 pins), CH 1 mode ON/OFF switch (ON: CH 1 to All ch, OFF: Each ch)
Rated Output4 channels: 250 W × 4 (4 Ω), 170W x 4 (8 Ω) 2 channels (BRIDGE): 500 W × 2 (8 Ω) M4 screw terminal, distance between barriers: 8.8 mm (0.35")
Frequency Response20 Hz - 20 kHz (±1 dB)
Total Harmonic Distortion0.1 % (1 kHz) 0.3 % (20 Hz - 20 kHz)
Protection CircuitProtection against excessive current flow due to overload short circuit, unusual DC voltage output, temperature rise at power amp. heat sink (100 °C (212 °F) or more) temperature rise inside the unit (80 °C (176 °F) or more)
S/N Ratio100 dB (A-weighted)
Crosstalk70 dB (A-weighted)
LED IndicatorPower (blue) × 1, Input (green) x 4, Output (yellow) x 4, Peak (red) x 4, Protect (red) × 4
CoolingForced air cooling
Operating Temperature-10 °C to +40 °C (14 °F to 104 °F)
Operating Humidity90 %RH or less (no condensation)
FinishPanel: Aluminum, black, alumite Case: Plated steel sheet
Dimensions482 (W) × 44 (H) × 401.8 (D) mm (18.98 × 1.73" × 15.82)
Weight6.8 kg (14.99 lb)
AccessoryPower cord (2 m (6.56 ft)) x 1, Removable terminal plug (3 pins) x 4, Tamper-proof cap x 4, Rack mounting screw (with plain washer) x 4

อ้างอิง: ข้อมูลผู้ผลิต TOA และเอกสาร Datasheet / Manual ประจำรุ่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TOA DA-250F CE เพาเวอร์แอมป์ Class D 250W × 4 ที่ 4Ω

TOA DA-250F CE มีกี่แชนเนลและกำลังเท่าไร?
4 แชนเนล กำลัง 250W ต่อช่อง ที่ 4Ω หรือ 170W ต่อช่องที่ 8Ω
TOA DA-250F CE ใช้กับลำโพงไลน์ 100V ได้โดยตรงไหม?
รุ่นนี้ระบุเอาต์พุต 4/8Ω ไม่ใช่เอาต์พุตไลน์ 100V โดยตรง
TOA DA-250F CE ต่อ Bridge ได้หรือไม่?
รองรับตามคู่มือ กำลัง 500W ต่อคู่ช่องที่โหลด 8Ω
TOA DA-250F CE ควรเตรียมข้อมูลอะไรก่อนเลือก?
รุ่นลำโพง จำนวนลำโพงต่อวงจร อิมพีแดนซ์หรือกำลังแท็ป และจำนวนแชนเนลที่ใช้
TOA DA-250F CE ติดในแร็คต้องเผื่ออะไร?
ต้องเผื่อทางลมระบายความร้อน ระยะสาย และพื้นที่ตรวจขั้วต่อให้ตรงคู่มือของรุ่น